top of page

หาดใหญ่ในความเปลี่ยนแปลง

เมื่อราวหนึ่งร้อยปีก่อน เมืองหาดใหญ่ตั้งขึ้นบน ‘ฮวงจุ้ย’ ที่สมบูรณ์แบบ มีเขาคอหงส์ด้านหลังและมีคลองตะเภาอยู่ด้านหน้า เป็นทำเลทองตามความเชื่อของชาวจีนที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างเมืองหาดใหญ่

"...เขาคอหงส์เปรียบเสมือนมังกร ขณะที่อีกฝั่งเป็นคลองอู่ตะเภา ถือเป็นลักษณะที่ดี เหมือนมังกรเขียว ที่นำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์..." (1)


หาดใหญ่รุ่งเรืองในเวลารวดเร็ว ดังภาพของ โรเบิร์ต ลาริมอร์ เพนเดิลตัน (Robert Larimore Pendleton) นักวิทยาศาสตร์ทางดินและการเกษตร ซึ่งเดินทางเข้ามาทำวิจัยเกี่ยวกับการเกษตรในประเทศไทย รวมทั้งที่สถานีการยาง ในหาดใหญ่ เมื่อ 73 ปีก่อน เขาบรรยายภาพไว้ว่า "ตึกแถวสามชั้นเป็นโรงแรมที่ดีที่สุด ในเขตเมืองที่กำลังเฟื่องฟูของหาดใหญ่ ส่วนร้านข้างๆ โฆษณาขายทองและนาฬิกา"


หาดใหญ่ปี พ.ศ.2495  ภาพถ่ายโดย โรเบิรต
หาดใหญ่ปี พ.ศ.2495 ภาพถ่ายโดย โรเบิรต

แต่ในวันนี้ที่หาดใหญ่เติบโตจนเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับสามของประเทศ และเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาค การขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ชัยภูมิแห่งนี้กลายเป็นกับดักน้ำ



ความเป็นมาของหาดใหญ่


  • เดิมหาดใหญ่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ริมคลองอู่ตะเภา เล่ากันว่าบุกเบิกโดยทวดทอง ผู้เป็นนายโรงมโนห์รา

  • ในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เกิดกบฎไทรบุรี (ในเวลานั้นเป็นเมืองขึ้นของสยาม ปัจจุบันคือรัฐเคดาห์ของมาเลเซีย) หาดใหญ่เป็นจุดพักทัพรวมพลจากเมืองนครศรีธรรมราช และสงขลา ก่อนยกไปตีไทรบุรี

  • หลังชนะศึกไทรบุรี เมืองสงขลากลายเป็นเมืองสำคัญทางตอนใต้ คอยควบคุมดูแลหัวเมืองลายู และคนบางส่วนที่เดินทางาทำศึก ลงหลักปักฐานที่หาดใหญ่ ด้วยเป็นชัยภูมิทางการค้าที่ดี

  • อยู่ริมคลองตะเภา ที่เป็นคลองใหญ่ทางทิศเหนือเชื่อมไปออกทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย ส่วนทิศใต้มีเส้นทางน้ำต่อไปเมืองปะริดและไทรบุรี บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน เรียกได้ว่าหาดใหญ่อยู่บนเส้นทางการค้าข้ามคาบสุทร

  • แต่จุดเริ่มต้นของความเป็นเมือง ชัดเจนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อเส้นทางรถไฟสายใต้ ลงมาถึงหาดใหญ่ (เดิมเป็นสถานีอู่ตะเภา แต่เนื่องจากเป็นที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ต่อมาจึงย้ายไปที่สถานีโคกเสม็ดชุน ซึ่งเป็นพื้นที่สูงกว่า และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีชุมทางหาดใหญ่)

                 	คนงานสร้างทางรถไฟที่หาดใหญ่ ภาพเก่าของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา
คนงานสร้างทางรถไฟที่หาดใหญ่ ภาพเก่าของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา

  • คนจีนจำนวนมากอพยพเข้ามาเป็นกรรมกรทำทางรถไฟ ทำสวนยางพารา ทำเหมืองแร่ดีบุก และทำการค้า โดยมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชาวจีนในมาเลเซีย

  • มีการตัดถนนสายหลักและจัดสรรที่ดินบริเวณทิศตะวันออกของสถานีรถไฟ สร้างร้านค้า โรงแรม และบ้านพักให้เช่า โดยวางผังเมืองตามแบบเมืองอีโปห์ในมาเลเซีย

  • หาดใหญ่กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และธุรกิจนำเข้าและส่งออก โดยมีแร่ดีบุกและยางพาราเป็นสินค้าสำคัญ

  • หาดใหญ๋ได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเหนือ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นอำเภอหาดใหญ่ ในปี พ.ศ.2460  

  • หลังสงครามโลก ราคาดีบุกและยางพาราขยับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ทั้งในและนอกประเทศให้เข้ามาแสวงหาโอกาสที่หาดใหญ่

  • หาดใหญ่เติบโตต่อเนื่อง และขึ้นสูงจุดสูงสุดในทศวรรษ 2500 จากการตัดถนนเพชรเกษม เชื่อมหาดใหญ่เข้ากับกรุงเทพและพื้นที่รอบๆ และหาดใหญ่ก้าวสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางการคมนาคมและธุรกิจ โดยสมบูรณ์เมื่อมีสนามบินหาดใหญ่ในทศวรรษถัดมา

  • หาดใหญ่พัฒนาเป็นเมืองอุตสาหกรรมและบริการในระดับภูมิภาค มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึก ในจังหวัดสงขลา  พร้อมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรมรอบๆ เขตเมืองหาดใหญ

  • อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการค้าสำคัญของภาคใต้ หาดใหญ่ก็ไม่ใช่จังหวัด แต่เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสงขลา โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองสงขลา ประมาณ 30 กิโลเมตร

  • พร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ หาดใหญ่เผชิญกับปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อมที่โตตามเป็นเงา ทั้งปัญหาเมืองที่โตอยางไร้แบบแผน สร้างปัญหาทั้งทางกายภาพและมลภาวะ มีแหล่งอบายมุขและธุรกิจสีเทา คนในท้องถิ่นเผชิญกับทุนต่างถิ่นและต่างชาติ เกิดปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร

     

 หาดใหญ่กับน้ำท่วม

 

  • บริเวณตัวเมืองหาดใหญ่เป็นที่ลุ่ม ล้อมด้วยภูเขา พื้นที่เทลาดไปทางทะเลสาบสงขลา ซึ่งอยู่ทางทศเหนือ มีคลองใหญ่สองสายไหลผ่าน คือคลองเตยและคลองอู่ตะเภา โดยคลองเตยจะมาาบรรจบกับคลองอู่ตะเภา ก่อนที่ไหลออกทะเลสาบสงขลา

  • คลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นลำน้ำใหญ่สายหลัก มีต้นน้ำที่อำเภอสะเดา ส่วนหาดใหญ่อยู่ตรงปลายน้ำ มีสภาพเป็นแอ่งกระทะ เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำจะไหลบ่าเข้าท่วม บริเวณที่ลุ่มรอบๆ แต่เป็นการท่วมในระยะสั้น ไม่แช่ขัง และชาวหาดใหญ่ในอดีตคุ้นชินกับการอยู่ร่วมกับน้ำ ปลูกบ้านใต้ถุนสูง

  • ที่ผ่านมาหาดใหญ่จะเกิดน้ำทวมใหญ่ในประมาณทุก 10-12 ปี (ปี พ.ศ.2543 ,2555 และล่าสุดในปีนี้ 2568)

  • ผลกระทบจากน้ำท่วมทวีความรุนแรงขึ้นตามการขยายตัวของเมืองที่เป็นไปอย่างไร้ทิศทาง โดยเฉพาะในช่วง 30 ปีหลัง

  • คลองอู่ตะเภาและคลองเตยเสื่อมโทรม ตื้นเขิน พื้นที่สองฟากถนนกาญจนวนิชย์และถนนลพบุรีราเศวร์ ซึ่งเคยเป็นพื้นที่รองรับน้ำในฤดูน้ำหลาก ถูกถมสร้างอาคารบ้านเรือน

  • การสร้างท่าเรือน้ำลึกปิดกั้นทางน้ำ ส่งผลให้ทะเลสอบสงขลาตื้นเขินขึ้น จากการสะสมของตะกอน

  • เพื่อแก้ปัญหาน้ำหลากท่วมเมือง มีการขุดคลอง ร.1 เพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออกจากตัวเมือง ออกสู่ทะเลสาบสงขลา

  • ในปีนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้มีปริมาณฝนตกหนักทางตะวันออก คือพื้นที่เขาคอหงส์ น้ำไหลเข้าสู่ตัวเมือง รวมกับปริมาณฝนที่ตกลงมาในตัวเมือง และซ้ำเติมด้วยน้ำหลากจากสะเดาที่เข้ามาทางทิศตะวันตก ทำให้สถานการณ์วิกฤตหนัก

 

อนาคตหาดใหญ่ในมือใคร

 

"..แต่ตอนนี้ เขาคอหงส์มีการขุดหน้าดนทำลายป่า ความเป็นสีเขียวที่หมายถึงความอุดมสมบูรณืเร่มหายไป บริเวณเขาคอหงส์ไทางตำบลไปทางตำบลน้ำน้อยเป็นตำแหน่งหัวมังกรถูกทำลาย..เขาคอหงส์ถูกทำลายมากขึ้น มีผลต่อฮวงจุ้ยของเมือง ทำให้คอนนี้เมืองหาดใหญ่เร่เจอปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ..." (2)

ตัวแทนนักธุรกิจในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ให้ความเห็นไว้ใน การวิจัยประเด็นการรับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรณีศึกษา ความเป็นเมืองของหาดใหญ่ ที่ทำขึ้นใน ปี พ.ศ.2557 และได้มีการรวบรวมความคิดเห็นของตัวแทนชาวหาดใหญ่ ในประเด็น “เมืองหาดใหญ่ที่อยากเห็น”

 

คำตอบของชาวหาดใหญ่ในเวลานั้นคือ

  • เมืองที่ปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติ

  • เมืองสภาพแวดล้อมดี

  • เมืองสุขภาพปลอดภัย

  • เมืองแห่งการเรียนรู้/ข้อมมูล/การสื่อสาร/

  • เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์

  • เมืองแห่งการเอื้ออาทร

  • เมืองมีอัตลักษณ์

  • เมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะ

 

คำตอบทั้งหมดไม่เพียงสะท้อนให้เห็นปัญหาที่เป็นอยู่ของหาดใหญ่ ไม่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สีเขียวไม่เพียงพอ ขาดระบบขนส่งสาธารณะ เติบโตเร็วจนขาดอัตลักษณ์ ปัญหาธุรกิจสีเทา ฯลฯ

 

ยิ่งไปกว่านั้น วิกฤตการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ บอกให้รู้ว่า สิบปีผ่านไป ความปรารถนาของชาวหาดใหญ่ยังห่างไกลจากความจริง รวมถึงในส่วนที่อยากเห็นหาดใหญ่เป็นเมืองที่ปรับตัวกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ไม่เพียงแค่หาดใหญ่  แต่ดูเหมือนว่าบรรดาชุมชนท้องถิ่นที่เป็นผู้รับผลกระทบจากการพัฒนาไม่ว่าที่ไหน ต่างก็ยังไม่ได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของตนเอง

 

เชิงอรรถ

 (1) และ (2) ข้อมูลจาก กรณีศึกษา ความเป็นเมืองของหาดใหญ่ หน้า 1-16


เอกสารอ้างอิง

ขนิษฐา ชูสุขม จิตราวดี ฐิตินันทกร และ จุฑารัตน์ รัตนพิทักษ์ชน กรณีศึกษา ความเป็นเมืองของหาดใหญ่

งานวิจัยด้านการรับมือของเมืองกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


ภาพประกอบ

ภาพเก่าของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา

Robert L. Pendleton

 
 
 

Comments


  • White Facebook Icon

Thanks for submitting!

© 2023 by TheHours. Proudly created with Wix.com

บริษัท บี612 วิสาหกิจเพื่อสังคม

99/16 หมู่ที่ 2 ซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษกตำบลบางรักพัฒนา อำเภอ บางบัวทอง 

จังหวัดนนทบุรี 11110

โทร 089-449-5695

bottom of page