top of page

We are all trying There (2026) ณ ที่นั้น เราต่างตะเกียกตะกายกันอยู่

Indigo


เราจะเดินตาม “ความฝัน” ได้นานแค่ไหน

และเส้นแบ่งระหว่าง “ความมุ่งมั่น”

กับการไม่ยอมรับ “ความจริง” ว่า “ไร้ความสามารถ” อยู่ตรงไหน?


 


ฮวังดงมันใช้เวลายื่นบทหนังขอการสนับสนุนเงินทุนจากภาครัฐ ต่อเนื่องกว่า 20 ปี

โดยยังไม่ได้สร้างหนังเรื่องสักเรื่อง...

ในขณะที่เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกลุ่มเดียวกันอีก 7 คน ต่างได้ “เดบิวต์” ในวงการภาพยนตร์

ทั้งในฐานะผู้อำนวยการสร้าง โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับ

 

แต่เขายังพยายามที่จะเป็นคนใน “วงการ” และเป็นส่วนหนึ่งใน กลุ่ม 8 คน

โดยแวะวนเวียนมาที่ AGIT ร้านของโกฮเยจิน ที่เธอเปิดขึ้นเพื่อให้เพื่อนในกลุ่มได็พบปะกัน

และเป็นแหล่งแฮงเอ้าท์ของคนในวงการภาพยนตร์

 

ทุกครั้งที่แวะมา ดงมันก็ตั้งหน้าตั้งตากิน กิน และกิน พร้อมพูดไม่หยุดปาก

วิจารณ์เสียๆ หายๆ กับผลงานของคนอื่นๆ โดยเฉพาะ พัคคยองเซ สามีของโกฮเยจิน ที่เพิ่งเจ็บหนักจาก ถึงแขนขาดก็ไม่อาจหยุดแค้นเธอ หนังเรื่องที่  5 ของเขา และคำวิจารณ์ที่ว่าหนังของเขามีดี ก็แค่เรื่องแรกเท่านั้น

 

เมื่อพัคคยองเซเหลืออด ฮวังดงมันก็อ้างว่าคนอื่นๆ นอกจากเขาก็ด่าหนังเรื่องนี้กันทั้งนั้น

และเขาก็แค่พูดเอามัน

“แต่ฉันยังเลือดไหลจากคมมีดนั้นอยู่เลย” พัคคยองเซโต้กลับ

(..บางครั้งคำพูดพล่อยๆ ของบางคน ก็สร้างรอยแผลที่ยากเยียวยาให้บางคน...)

 

ท่ามกลางความเอือมระอาของคนอื่นๆ เจ้าของชเวฟิล์ม นักลงทุนตามกลิ่นเงิน

ผู้ตั้งตัวเป็น “พี่ใหญ่” ของวงการ คิดว่าเป็นหน้าที่ของเขาที่จะ “สั่งสอน” ดงมัน

ให้สำนึกว่า “เป็นคนไร้ความสามารถ จนไม่เคยสงสัยว่านี่อาจไม่ใช่เส้นทางของตัวเอง”

 


ในขณะที่ดงมันประกาศก้องว่า เขาจะยืนหยัดบนเส้นทางนี้

และจะสร้างหนังสักเรื่องที่  “ฉันจะขุดความจริงที่เจิดจ้า

จากก้นบึ้งความไร้ค่าของฉัน”

ลึกๆ ในใจของเขา คืออารมณ์ความรู้สึก

ที่เขาให้ชื่อว่า “ช่วยด้วย”

อันสะท้อนความหวาดหวั่น การลงเอยเหมือนพี่ชาย

ฮวังจินมันอดีตกวีดาวรุ่งที่กลายมาเป็นช่างเชื่อม

ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ ด้วยแอลกอฮอล์

เลิกเขียนบทกวี และหลายครั้งอยากเลิกมีชีวิตอยู่


 

จึงเป็นความพยายามอย่างหนักของดงมัน

ให้ตนเองยังคงไม่สิ้นหวัง ที่จะตะเกียกตะกาย

ท่ามกลางความขุระอันยาวไกล เพื่อสร้างทางของตัวเอง..

 

“ฉันชอบสายลมไม่ว่าจะในฤดูไหน” พยอนอึนอาบอกกับดงมัน

เมื่อเขาเล่าถึงบทหนัง ผู้บันดาลลมฟ้าอากาศ

อึนอาเข้ามาเป็นเชือกช่วยชีวิตดงมัน และดูเหมือนว่า

เป็นเธอคนเดียวที่ประทับใจกับแกนหลักของบทภาพยนตร์ที่ว่า

“ตราบใดที่ยังมีลมฟ้าอากาศ โลกก็ยังไม่แตก”

 

ในทำนองเดียวกัน ตราบใดที่เรายังมีอารณ์ความรู้สึก

ไม่ว่าดีหรือร้าย มันหมายถึง "เรายังคงมีชีวิตอยู่"

อึนอาเล่าว่า เวลาเธอมองผู้คนเธอไม่ได้เห็นเป็นคน

แต่เป็น ”มวลของอารมณ์”

สำหรับเธอ ผู้คนไม่ได้น่าเกลียดเพราะหน้าตา

แต่เป็นผลจากอารมณ์ ที่สะสมมาในชีวิต



 


ทั้งดงมันและอึนอา ต่างเป็นหนึ่งในกลุ่มทดลอง

ของบริษัทผู้พัฒนานาฬิกาบอกความรู้สึก

สิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากความคิดที่ว่า

เราจะเข้าใจและจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้น

หากเรา “รู้จัก” และ “เรียกชื่อ” ของอารมณ์นั้นได้

..แต่ส่วนใหญ่แล้ว เรากลับไม่เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง

 

ตอนได้รับข้อความระบายความรู้สึกที่เต็มไปด้วยถ้อยคำเยียดหยาม

อันมาจากความคุมแค้นของพัคคยองเซ

ดงมันตั้งใจว่า ถ้าอากาศสดใส เขาจะอ่านมันเหมือนเป็นจดหมายรัก

แต่เอาเข้าจริง อ่านได้ไม่นาน ถ้อยคำรุนแรง

ก็แปรเปลี่ยนสภาพอากาศรอบตัวเขาจากอบอุ่นเป็นหนาวยะเยือก

 


ในแง่มุมหนึ่ง เราต่างเป็น “ผู้บันดาลลมฟ้าอากาศ”

อารมณ์ที่เกิดขึ้นและขยายคลอบคลุมในใจเรา

แผ่กว้างออกไปยังคนรอบข้าง

 

ด้วยเหตุนี้ พยอนอึนอา จึงโคจรรอบฮวังดงมัน

แม้สำหรับดงมัน เธอสูงส่ง งดงามและเจิดจ้าเหมือนมาจากสวรรค์

จนเขากลัวว่า วันหนึ่งเธอจะหายขึ้นฟ้าไป

แต่สำหรับอึนอา ที่ถูกขีดฆ่าออกไปจากชีวิตคนที่เธอรัก และอยู่ในอารมณ์ที่เธอให้ชื่อว่า "ทำลายตัวเอง"

ฮวังดงมันที่ไร้ความสามารถในสายตาคนอื่น

คือสายลมที่พัดพาความรื่นรมย์มาให้ในทุกฤดูกาล...

 


ต้องยอมรับว่าในภาวะที่มีเรื่องราวในชีวิตมากมาย

ทำให้ไม่กล้าดูซีรีย์นี้ ด้วยคิดว่ายังไม่พร้อมเจอประเด็นหนักๆ

แต่ตรงกันข้าม แค่อีพีแรก การเขียนบทที่คมคาย และการแสดงที่จับใจ

กลับปลดปล่อยเราจากปมเบื้องหน้า

และเอาเข้าจริงเราชอบช่วงแรกๆ ของเรื่องมากกว่าอีพีสุดท้าย

 


ดงมันปรารถนาจะได้แจ้งเกิดในวงการ 

เป้าหมายของเขาไม่ใช่ การประสบความสำเร็จ

แต่หวังให้หนังของเขาทำให้ใครสักคนได้คิดอะไรบางอย่าง

หรือทำให้ใครสักคนได้มีความสุขในขณะนั้น เช่นเดียวกับที่เขาได้รับจากหนังมากมายที่เขาประทับใจ...

ในแง่มุมนี้ We are All Trying There บรรลุผลนั้น อย่างสมบูรณ์

 

สุดท้าย หวังว่า พายุจะไม่รุนแรงนัก..

และฤดูดอกไม้ผลิบานของเราทุกคนจะยาวนานขึ้น


 

ภาพจาก :Netflix และ IMDB

ผลงานการกำกับของ ชายองฮุน (Welcome to Samdalri)

จากบทของ พัคแฮยอง (My Liberation Note)

ผู้แสดง  คูคโยฮวาน(ฮวังดงมัน) โกยองจุน(พยอนอึนอา) โอจองเซ(พัตคยองเซ)

คังมัลกึม (โกฮเยจิน) และ พัคแฮจุน (ฮวังจินมัน)

Comments


  • White Facebook Icon

Thanks for submitting!

© 2023 by TheHours. Proudly created with Wix.com

บริษัท บี612 วิสาหกิจเพื่อสังคม

99/16 หมู่ที่ 2 ซอยวัดลาดปลาดุก ถนนกาญจนาภิเษกตำบลบางรักพัฒนา อำเภอ บางบัวทอง 

จังหวัดนนทบุรี 11110

โทร 089-449-5695

bottom of page